การพัฒนาคุณภาพการศึกษา

งานพัฒนาคุณภาพ มีภารกิจในการสนับสนุนคณะฯ ให้มีระบบประกันคุณภาพของการดำเนินการตามพันธกิจให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับ สากลกระบวนการสำคัญคือ การตรวจประเมินคุณภาพภายในระดับฝ่ายและภาควิชา การดำเนินการและเตรียมความพร้อมเพื่อรับการตรวจประเมิน คุณภาพระดับคณะฯ โดยมหาวิทยาลัย รวมถึงดำเนินการเพื่อให้คณะฯได้รับการตรวจประเมินคุณภาพโดยองค์กรภายนอกที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ
เช่น กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยและสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ เป็นต้น




คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีระบบและดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษามาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2542 ซึ่งดำเนินการตามพระราช
บัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ.2540 ในระยะแรกดำเนินการเป็นไปในลักษณะของการ audit และพัฒนามาเป็นการประเมิน (assessment)
การดำเนินการ ที่สำคัญได้แก่ 1. การตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายในคณะ ได้ดำเนินการให้ฝ่ายและภาควิชาดำเนินการประเมินตนเอง และรับการตรวจประเมิน
คุณภาพประจำปีทุกปีการศึกษา โดยดำเนินการในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ของทุกปี 2. การตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาระดับคณะ โดยฝ่ายพัฒนาคุณภาพมีหน้าที่ในการประสานงานการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง
ในภาพรวมของคณะ เพื่อรับการตรวจประเมินโดยคณะกรรมการตรวจประเมินที่มหาวิทยาลัยตั้งขึ้น เป็นประจำทุกปีการศึกษา 3. การตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาของคณะ โดยองค์กรภายนอกที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเช่น การตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาโดย
ราชวิทยาลัยต่าง ๆ สำหรับภาควิชาคลินิกเปิดสอนหลักสูตรวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ (แพทย์ประจำบ้าน) สาขาต่าง ๆ และการตรวจประเมิน คุณภาพโดยกลุ่ม สถาบันแพทศาสตร์แห่งปะเทศไทย ทุก 3 ปี 4. การตรวจประเมินคุณภาพสถาบันร่วมผลิต ซึ่งประกอบด้วย - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลขอนแก่น - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลอุดรธานี - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลมหาสารคาม - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษา โรงพยาบาลสรรพประสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้ คณะฯ ได้นำผลการตรวจประเมินคุณภาพมาวิเคราะห์เพื่อหาโอกาสพัฒนาและนำไปจัดทำแผนพัฒนาองค์กรต่อไป





ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ในสมัยที่ ศ.วิรุฬ เหล่าภัทรเกษม เป็นคณบดี รศ.นพ.พิศาล ไม้เรียง เป็นรองคณบดีฝ่ายแพทยศาสตร์ศึกษา ได้รับผิดชอบงานด้านพัฒนาคุณภาพ
ได้เห็นประโยชน์ของเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award, TQA) จึงได้เริ่มนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางการประเมิน ตนเองและส่งเสริมให้นำไปใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการในระดับคณะ ภาควิชาและหน่วยงาน เพื่อให้คณะฯ มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ ได้ดำเนินการ
สร้างการรับรู้และความเข้าใจเกียวกับเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาตินี้ โดยการจัดอบรมสัมมนานอกสถานที่ให้กับผู้บริหาร หัวหน้าภาควิชาและหัวหน้า หน่วยงาน การส่งคณบดี รองคณบดี หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าหน่วยงาน เข้ารับการอบรมหลักสูตร TQA Criteria และหลักสูตรอื่น ๆ
ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติจนถึงหลักสูตรผู้ตรวจประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ การประเมินตนเองโดยใช้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติในระดับ ภาควิชาและคณะ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นคณะแพทย์แห่งแรกในประเทศที่ได้รับการตรวจประเมินคุณภาพตามเกณฑ์รางวัล
คุณภาพแห่งชาติ โดยคณะกรรมการของสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ที่มีนโยบายตรวจประเมินคุณภาพการศึกษา
ทุกคณะแพทศาสตร์ในประเทศไทยดยใช้เกณฑ์นี้ การตรวจประเมินคุณภาพภายในคณะ ระดับภาควิชาได้ดำเนินการเป็นการภายในประจำทุกปี
ได้เรียนรู้และปรับเปลี่ยนกระบวนการมาอย่างต่อเนื่อง และคณะฯ ได้สมัครเข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาต่อสำนักรางวัลคุณภาพแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2554เพื่อการเรียนรู้และนำข้อเสนอมาพัฒนาคณะต่อไป





ในปีการศึกษา 2554 มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีนโยบายให้ทุกคณะได้ทำการประเมินตนเอง และตรวจประเมินคุณภาพภายในโดยใช้เกณฑ์
Education Criteria for Performace Exellence(EdPEx) ซึ่งเป็นเกณฑ์ด้านการศึกษาที่พัฒนามาจากเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ
จึงทำให้คณะฯสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ในปีเดียวกัน คณะแพทยศาสตร์ ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการต่อยอด EdPEx
ของสำนักคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ (สกอ.) ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก การดำเนินการด้านการ
ประกันคุณภาพการศึกษา ยังได้ครอบคลุมไปถึงสถาบันร่วมผลิตทั้ง 4 แห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคมได้ว่า บัณฑิตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษา จากสถาบันแม่และสถาบันร่วมผลิตทุกคนมีความรู้ความสามารถและทักษะทางวิชาชีพได้มาตรฐานเดียวกัน ในวาระครบรอบ 40 ปี
คณะแพทยศาสตร์ นี้ คณะฯ มีความเชื่อมั่นและมีความหวังว่าการนำเกณฑ์ EdPEx มาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาการบริหารจัดการ
และการประเมินตนเอง จะนำพาให้คณะฯ และพันธมิตรทั้ง 4 สถาบัน สามารถดำเนินการตามพันธกิจให้เกิดความก้าวหน้า ยังประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวมและพร้อมสำหรับการเป็นหนึ่งในกลุ่มประชาคมอาเซี่ยน